ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยี [AI] ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกวงการธุรกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมร้านอาหาร Fast Food ล่าสุด McDonald’s ประกาศแผนนำ AI เข้ามาปรับโฉมร้านอาหารกว่า 43,000 สาขาทั่วโลก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้า

AI กับการปฏิวัติร้านอาหาร Fast Food

McDonald’s เตรียมแผนการขยายการใช้งานเทคโนโลยี AI อย่างเต็มรูปแบบ เริ่มจากการนำอุปกรณ์ต่างๆ ภายในครัวมาเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต และติดตั้งระบบ AI ที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานของร้าน ทั้งในด้านการบริหารจัดการ การให้บริการลูกค้า และการบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ

ประโยชน์ที่สำคัญของ AI ในครั้งนี้ คือการลดความผิดพลาดต่างๆ เช่น ปัญหาเครื่องเสีย หรือการสั่งอาหารผิด ซึ่ง AI สามารถช่วยลดความเครียดของพนักงานที่ต้องรับมือกับลูกค้าจำนวนมากทั้งที่เคาน์เตอร์และระบบ Drive-through รวมถึงบริการส่งอาหาร ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Edge Computing เทคโนโลยีใหม่เพิ่มประสิทธิภาพ

ตั้งแต่ปลายปี 2023 McDonald’s ได้จับมือกับ Google Cloud เพื่อนำระบบ Edge Computing มาใช้งานในร้านอาหาร ซึ่งเป็นการประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ภายในร้านค้าเอง ไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลไปยัง Cloud ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาและตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดการใช้งานแบนด์วิธได้อีกด้วย

McDonald’s ได้เริ่มนำร่องระบบนี้ในสหรัฐอเมริกาแล้วในปี 2024 และมีแผนจะขยายเพิ่มเติมทั่วโลกในปีนี้ เพื่อเตรียมพร้อมให้ทุกสาขาใช้เทคโนโลยีนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

AI ช่วยคาดการณ์และแก้ปัญหาล่วงหน้า

สิ่งที่โดดเด่นมากในการปรับเปลี่ยนครั้งนี้คือ การติดตั้งเซ็นเซอร์บนอุปกรณ์ภายในครัว เช่น เครื่องทอดและเครื่องทำไอศกรีม McFlurry โดยเซ็นเซอร์เหล่านี้จะส่งข้อมูลไปให้ AI ประมวลผล เพื่อตรวจสอบและคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้าได้ก่อนที่จะเกิดเหตุ ทำให้สามารถวางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาหยุดชะงัก และเพิ่มความพร้อมในการให้บริการ

นอกจากนี้ McDonald’s ยังได้ทดสอบเทคโนโลยี Computer Vision ซึ่งเป็นการใช้กล้องภายในร้านร่วมกับ AI เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของอาหารก่อนที่จะส่งให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับอาหารที่ถูกต้องและตรงตามความต้องการ

ระบบ Drive-through ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

หนึ่งในการปรับปรุงที่น่าสนใจคือการนำ AI มาพัฒนาในระบบ Drive-through ซึ่งจะใช้เทคโนโลยี AI ในการรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าผ่านเสียง โดย McDonald’s ได้ร่วมมือกับ Google Cloud และได้ยุติการทดลองร่วมกับ IBM ในระบบสั่งอาหารอัตโนมัติแบบเดิม เพื่อมุ่งสู่ระบบที่มีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น

Generative AI ผู้ช่วยผู้จัดการเสมือนจริง

McDonald’s ไม่เพียงแต่เน้นการใช้ AI ในด้านการบริการลูกค้าเท่านั้น แต่ยังมีการนำเทคโนโลยี [Generative AI] มาใช้ในการบริหารงานด้วย โดยได้พัฒนา Generative AI Virtual Manager หรือผู้ช่วยผู้จัดการเสมือนจริง เพื่อจัดการงานต่างๆ เช่น การจัดตารางกะทำงาน ช่วยลดภาระของผู้จัดการร้าน และให้ผู้จัดการมีเวลาไปดูแลงานสำคอัญอื่นๆ ได้มากขึ้น

AI กับการสร้าง Brand Loyalty ที่ยั่งยืน

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของ McDonald’s คือ การเพิ่มจำนวนลูกค้าประจำจาก 175 ล้านคนให้ได้ถึง 250 ล้านคนภายในปี 2027 ซึ่งเทคโนโลยี AI จะเป็นส่วนสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ของลูกค้า เช่น พฤติกรรมการสั่งอาหาร ประวัติการซื้อ และแม้กระทั่งข้อมูลสภาพอากาศ เพื่อปรับแต่งโปรโมชั่นให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้อย่างแม่นยำ

ถึงแม้ McDonald’s จะถือว่าเป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยี Edge Computing และ AI แต่ก็ยังมีความท้าทายในการนำเทคโนโลยีเดียวกันนี้ไปปรับใช้ทั้งในร้านแฟรนไชส์และร้านของบริษัทเอง เนื่องจากต้องใช้การลงทุนที่สูงและการบริหารจัดการที่ซับซ้อน แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่นในตลาดแล้ว McDonald’s ยังคงนำหน้าในด้านการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างจริงจัง

การก้าวเข้าสู่ยุคที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี [เอไอ] และ [Generative AI] ของ McDonald’s ครั้งนี้จะทำให้ร้านอาหารสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ส่งผลให้ประสบการณ์ของลูกค้าดีขึ้น และยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ McDonald’s ในตลาดอาหาร Fast Food ทั่วโลกในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน

Leave a comment